hyden's Blog

May you know me better

Wednesday, June 30, 2004

glass brain (crystal brain) 16

ขอแสดงความยินดีกับสมาชิกใหม่ "ammer" ที่มีblogกับเค้าซะทีในที่สุดเราก็จะได้รู้กันว่าเค้าคนนี้คิดอะไรอยู่(ปกติก็ไม่เห็นพูดเท่าไหร่เลยนี่นา) วันนี้ตกใจมากเลยกินข้าวอยู่ดี ๆ ฝนตกก็มาหลบฝนตรงที่มีหลังคา หันมาอีกที ammer หายไปไหนก็ไม่รู้หากะวุธอยู่ตั้งนานนึกว่าโดนฝนละลายลงท่อไปแล้ว สุดท้ายโทรไปถามปรากฏว่าไปร้านการ์ตูนมาตอนนี้กำลังเดินกลับ ขอบอกว่านายไวมาก ammer อ๊ะ ลืมไปเลย blog ของ ammer อยู่ ที่นี่ นะ

วันนี้ไม่มีงานต้องclearอยู่ว่างๆ ก็เลยเปิดhappy mealดู เห็นบทความของโยก็นึกถึงตอนอยู่ค่ายสมองแก้วขึ้นมา อีกทั้งตอนลงจากรถเมล์กะลังเดินกลับบ้านก็มีใครคนนึงเบียด ๆแทรกเข้ามาตรงที่เดินอยู่ตอนแรกก็ฉุน ๆ อยู่เหมือนกัน --พูดถึงฉุน ๆ แล้วที่ mk ฉุนน้องที่พูดแทรกอ่ะนะ เราก็เซ็ง ๆ เหมือนกันอ่ะ ตอนไปทริปก็ทีนึงแล้ว สงสัยจะเป็นแบบนี้ตลอดไม่รู้ตอนเรียนจะเป็นแบบนี้ด้วยรึป่าว อยากให้อาจารย์เฉลิมศักดิ์หรืออาจารย์เขมเรียกมาอบรมจังเลย ไม่มีมารยาทเลย-- หลังจากพูดเรื่องไม่เป็นมงคลไปแล้วก็มาต่อเรื่องเดิมกันดีกว่า ตอนแรกก็ฉุน ๆ อยู่เหมือนกัน แต่พอหันไปมองก็ปรากฏว่าเป็นเด็กผู้หญิงตัวนิดเดียวน่าจะซัก ป.3 ป.4 ได้มั้งพอแทรกมาเดินข้างหน้าได้แล้วก็หันมามองเราแบบค้อน ๆ เราก็ยิ้ม ๆ ไปอ่ะ น้องเค้าทำหน้าตลก ๆ ดี ปรากฏว่าเป็นเราที่ไปเดินคั่นระหว่างแม่เค้า ก็แม่เค้าไม่เห็นหันมาดูลูกเลยแล้วจารู้มั้ยเนี่ย พอเห็นหน้าน้องเค้าแล้วก็นึกถึงน้องคนนึงที่สมองแก้วหน้าน้องเค้าคล้าย ๆ กันเลยกะว่าวันนี้จะเขียนblogเกี่ยวกะสมองแก้วละกัน ตอนไปสมองแก้วก็ได้เป็นพี่เลี้ยงสีเทากะพี่ ๆ อีก3คน คนแรกพี่เติ้ลสุดกวนทีน คนที่สองพี่นัท คนที่สามพี่ออน ณ ซิลลี่ฟูล (จิง ๆ แล้วพี่แกเป็นผู้หญิงนะแต่หน้าดันไปเหมือนโต ซิลลี่ฟูล เหมือนจิง ๆ นะไม่เชื่อถามพวกที่ไปหมองแก้วดูได้) ไปสมองแก้วนี่ก็ได้ฉายากลับมาอีกว่า"เจงกีสข่าน"อยากรู้ว่ามาจากไหนก็ลองถามๆ ดูละกันขอไม่บอกในที่นี้ วันนี้ขอเขียนเรื่องน้อง ๆ ก็แล้วกัน(ได้แรงบัลดาลใจมาจากน้องคนที่เจอตอนเดินกลับบ้าน) ขณะที่พิมพ์อยู่นี้ก็ไอหนังสือสมองแก้วมาดูหน้าน้อง ๆ ซะหน่อยกะจะเขียนรายตัวเลย เริ่มที่น้องคนที่หน้าเหมือนแรงบัลดาลใจก่อนเลยละกัน น้องตวง ชื่อเหมือนน้องเราอีกน้องคนนี้ตอนอยู่ที่สมองแก้วจะเรียกว่า "โบจัง" เพราะลักษณะและหน้าตาคล้ายโบจังในชินจังมาก เว้นแต่ก็ตรงที่ไม่มีน้ำมูกไหลตลอดเวลา น้องเค้าแบบว่าน่ารักมากเลยคิดแล้วก็ขำดี คนต่อปาย น้องนิว เป็นผู้หญิงแต่กวนทีนนิโหน่ย หัวไวมาก ถึงขนาดเขียนโปรแกรมภาษาโลโก้ได้ด้วยการสอนของอาจารย์ยืนขนาดเรายังหลับแล้วหลับอีกเลยเป็นคนที่เข้ารอบในการแข่ง I-box ได้ลึกที่สุดแต่ก็ไม่ถึงดวงดาวอยู่ดี ต่อไปก็น้องโบ สุดน่ารักนี่ถ้าไม่ติดว่าอายุห่างกันถึง 7 ปีนี่กะจีบเลยนะ น้องเค้าขอให้ไปเยี่ยมที่ kus แต่ก็ยังไม่เคยไปซักทีเลย หุหุ ต่อไปจะเขียนถึงไอ้พวกน้องผู้ชายทั้งหลายที่ซกมกขนาดเอากางเกงในไปแข่ช่องฟรีส น้องผู้หญิงที่ไม่ได้เขียนถึงก็ไม่ต้องเสียใจนะพี่ไม่รู้จะเขียนอะไรแย้ว ^_^ พูดถึงน้องผู้ชายก็ต้องนี่เลยไอ้แก็งส์ "4 กุมาร" ชื่อก็บอกอยู่แล้วอ่ะนะว่ามีอยู่ 4 คนคือ แตม จ๊อด น้ำมนต์ บอล กวนทีนและซกมกที่สุดแล้ว "underwear in the freeze" ก็เป็นหนึ่งในวีรกรรมของแก็งส์นี้ สรรหาคำลามกมาพูดได้ตลอดเวลา มีเอาไฟฉายมาไว้บนแอร์ให้บูชากันอีกต่างหากฮากันดีจิง ๆ พวกนี้ ต่อไปก็เจ้ามิคกี้ มารอบนี้เป็นรอบที่สองแล้วรู้ไปซะทุกอย่างไม่รู้มันจะมาอีกทำไมเนี่ย สงสัยว่าจะมาเอา I-box รุ่นใหม่มั้งแต่ก็ดีไม่ต้องสอนเขียนโปรแกรมมากเป็นอยู่แล้วของมันเคย ๆ คนต่อปาย น้องป้อ ออกอาการ activeจัด ทำโดมิโนล้มไม่รู้เท่าไหร่จนน้องบางคนต้องกันไว้ไม่ให้เข้าใกล้โดมิโนที่เรียงกันอยู่แต่ประทับใจลีลาป๋า(ป้า)เบิร์ดของน้องเค้าตอนแสดงวันสุดท้ายมาก ๆ สุด ๆ จริงๆ คนสุดท้าย น้องน็อต นิสัยเป็นผู้ใหญ่ดีช่วยดูแลน้อง ๆ แบ่งเบาภาระของพวกพี่ๆ ไปได้เยอะ พี่จะได้มีเวลาไปเล่นสลาฟกะเกมเศรษฐีก่อนนอน หุหุ สุดท้ายนี้ก็ขี้เกียจเขียนต่อแล้วเผาน้อง ๆ แค่นี้ก็แล้วกัน ประทับใจคืนสุดท้ายมากพวกน้อง ๆ ร้องไห้กันทุกคนเลยไม่เว้นแม้แต่แก็งส์ 4 กุมารที่ว่าซ่า ๆ แล้ว คืนสุดท้ายเล่นสงครามหมอนกะน้อง ๆ ฮามั่ก ๆ เล่นจนเหงื่อชุ่มเลย ขณะที่พิมพ์อยู่นี้ก็นั่งพิมพ์ไปยิ้มไปนึกถึงเวลาช่วงนั้นแล้วก็อดยิ้มไม่ได้ อ๊ะนึกได้อีกเรื่อง ไปสมองแก้วก็ได้ศัพท์ในวงการ deathmatch มาอีกคำคือ "จิ้งจก" เป็นอาการที่ลิ่วใช้บ่อยมาก หมายถึงการไปนั่งซุ่มอยู่บนหลอดไปพร้อมทั้งโยนระเบิด(ขี้จิ้งจก)ลงมาbombพวกที่วิ่งยิงกันอยู่ข้างล่าง เทคนิคนี้มีหลายคนเลียนแบบแต่ก็ไม่สำเร็จเท่าลิ่วเจ้าของเทคนิค จบสั้น ๆ แบบนี้แหละเน็ตจะตัดแล้ว จบแล้วจ๊ะ(เป็นคำที่ขึ้นตอนอวสานละครที่ชอบมากเคยทายเล่น ๆ กะน้องว่าจะขึ้นมาแบบไหนก็ทายกันว่าอวสานบ้าง จบบริบูรณ์บ้างพอเห็นขึ้นมาว่า "จบแล้วจ๊ะ" นี้อึ้งไปทั้งคู่เลย)

PS:เสียดายรูปไช้อันนั้นไม่น่าลบไปเลยนึกทีไรขำทุกที ^_^
____________________________________________
รวมฮิตมุขควาย(มุขนี้พึ่งคิดได้ตอนดูหน้าปกหนังสือสมองแก้ว)
ด.:สงสัยจังนะว่า "Seagate" ที่สนับสนุนค่ายสมองแก้วเนี่ย โรงงานมันอยู่ประตูน้ำรึป่าว
____________________________________________

Tuesday, June 29, 2004

In My Dream

วันนี้งานรัดตัวมากน่าเบื่อสุดๆ วันนี้เป็นวันที่กลับบ้านเร็วที่สุดตั้งแต่เปิดเทอมมากลับมาทำงานที่บ้านแล้วมีสมาธิกว่าเยอะเลย ตอนออกจากประตูพหลฯ ก็มีพวก green world อะไรเนี่ยหล่ะมาสัมภาษณ์ประมาณว่าจะให้บริจาคเงินช่วยเพื่อต่อต้านการล่าปลาวาฬ แต่เห็นต้องกรอกอะไรก็ไม่รู้เยอะแยะรีบกลับบ้านด้วยก็เลยปฏิเสธเค้าไปจริงๆก็อยากจะช่วยนะการล่าปลาวาฬเนี่ยแต่ทำยังไงมันก็แก้ไม่ได้ถ้ายังคงมี demandอยู่ จะไปว่าพวกชาวประมงอย่างเดียวมันก็ไม่ถูก ถ้าเค้าไม่จับปลาวาฬเค้าก็อาจจะไม่พอกินก็ได้บางทีเค้าก็อาจจะไม่มีทางเลือกเหมือนกัน ถ้ามนุษย์เรายังไม่รู้จักพออีกไม่นานสัตว์ก็คงจะสูญพันธุ์กันหมด ทีนี้ล่ะค่อยมาสำนึกว่าผิด

วันนี้อ่าน I's เล่ม14 บนรถเศร้ามากชีวิตรักรันทดจริง ๆ อุตส่าห์ได้เป็นแฟนกันแล้วยังไม่วายต้องจากกันถึงจะจากกันไม่ไกลก็เถอะแต่ไม่ติดต่อมาแบบนั้นก็เคว้ง ๆ เหมือนกันนะ วันนี้ไม่รู้จะเขียนอะไรตอนแรกกะจะไม่เขียนแล้วนะแต่ด้วยความเบื่อจากการทำรายงานเลยมานั่งเขียนแก้เซ็ง ก็ขอร้องเพลง ๆ นึงให้ตัวเองก็แล้วกัน

อยากหลับตา (In My Dream)

คงจะเป็นฝันเป็นได้แค่นั้นที่ฉันและเธอนั้นรักกัน
มีแต่ความหวานในคืนแห่งความฝันที่ฉันต้องการเก็บไว้

ความเป็นจริงที่เจอนั้นเธอมีคนที่รู้ใจอยู่ข้างเธอ

อยากหลับตาและนอนหลับชั่วนิรันดร์
เพื่อจะสานต่อเรื่องราวความฝันที่สวยงามของหัวใจ
อยากพบเจอเธอแม้จะเป็นแค่เพียงในฝัน
ตราบใดที่ยังมีเธอฉันจะขอนอนอยู่อย่างนั้น

ในค่ำคืนนี้...คงจะมีหวังที่ได้พบเธออยู่ในฝัน
มีแต่ความหวานในคืนแห่งความฝันที่ฉันต้องการเก็บไว้

ความเป็นจริงที่เจอนั้นเธอมีคนที่รู้ใจอยู่ข้างเธอ

อยากหลับตาและนอนหลับชั่วนิรันดร์
เพื่อจะสานต่อเรื่องราวความฝันที่สวยงามของหัวใจ
อยากพบเจอเธอแม้จะเป็นแค่เพียงในฝัน
ตราบใดที่ยังมีเธอฉันจะขอนอนอยู่อย่างนั้น


เพลงนี้ได้ฟังครั้งแรกตอน ม.3 อยู่ในอัลบั้มของสมเกียรติ อริยชัยพาณิชย์ แห่ง bakery music เพื่อนแนะนำให้ซื้อ ตอนนี้เทปม้วนนั้นหายไปแล้วแต่ยังจำได้อยู่ เพลงนี้ฟังแล้วโดนมั่ก ๆ อัลบั้มนี้ชื่ออะไรจำไม่ได้แล้วจำได้แต่ปกเป็นสีขาวมีหลอดไฟรูปหัวใจอยู่บนปก เพราะทั้งอัลบั้มเลย เฮ้อ โดนจิงๆ นะเพลงนี้เนี่ย ว่าแล้วก็ขอไปหลับตาฝันถึงเธอคนนั้นต่อก็แล้วกัน แล้วเจอกันใหม่พรุ่งนี้(มั้งนะ)

Monday, June 28, 2004

Poem form the foolish poet

วันนี้ต้องclearงานหลายๆ อย่าง ที่จริงก็มีเรื่องที่อยากจะเขียนอ่ะนะแต่เดี๋ยวจะยาวคงต้องไปclearงานก่อน ก็เอาของเก่ามาเผากินไปก่อนละกัน โคลง 2 บทนี้แต่งเมื่อประมาณอาทิตย์สองอาทิตย์ก่อนเป็นโคลงแนวฝรั่งซึ่งไม่เคยลองแต่งเลย พอดีเซ็ง ๆ เลยลองแต่งเล่น ๆ ดู ตอนที่แต่งอารมณ์มันประมาณว่า blueblue อ่ะนะเลยออกมาเป็นแนวนี้ส่วนเรื่องไวยากรณ์กะความคล้องจองก็มั่ว ๆ เอา รู้สึกว่ามันลงตัวก็เลยแต่งต่อ ๆ กันมาอ่ะ

In your EYE I found my blurry face
But I don't know what exactly I see
Could you clear your EYE for me
to see exactly in your EYE

May be the blurry face is not mine
If it is true I still be fine
I won't look into your EYE if you mind
and SORRY to you in this rhyme

จริง ๆ ท่อนสุดท้ายแต่งไว้ 3 แบบแต่สุดท้ายก็เลือกใช้อันที่เห็นส่วนอีก 2 แบบนั้นมีว่า

so please forgive me if you're kind
กะ
and will say SORRY from my mind

แต่รู้สึกว่าแบบแรกดีกว่าก็เลยไม่ใช้ 2 อันหลัง

ถ้าชอบอ่านชื่อคนใน MSN(เหมือนเราเพราะชื่อแต่ละคนฮาดี)ก็จะสังเกตเห็นว่าเคยใช้โคลงนี้เป็นชื่อใน MSN ด้วยใช้อยู่ประมาณ4-5วันได้มั้งจุดประสงค์ที่แต่งโคลงนี้ขึ้นมาก็เพราะจะเอาไปใช้เป็นชื่อใน MSN นี่แหละแบบว่าเบื่อชื่อเก่าอ่ะนะ

____________________________________________
ฉลอง 666 ปีสถาปนามุขควายบน blog ก่อตั้งครั้งแรกโดยผู้พัน Buff Farrow
ป.:เอาโอเลี้ยงแก้วนึง เท่าไหร่คับ
ด.:อ้าว จ่ายทำไมอ่ะ โอต้องออกให้ไม่ใช่เหรอ
____________________________________________

Sunday, June 27, 2004

วันเกิด 666

วันนี้เป็นวันเกิดท่านประธานรุ่น ก่อนอื่นก็คงต้อง
      Happy Birthday to You
จริง ๆ แล้ววันเกิดเราก็ก่อนหน้านี้ 3 วันเอง เฮียประธานดันจำผิดมา HB วันที่ 26 ถ้าเป็นใน MSN คงจะพิมพ์ตอบไปว่า "กรรม" ชัวร์ ๆ วันเกิดเรา(24 มิ.ย.)นี่ก็เป็นวันอะไรอีกหลาย ๆ วันนะเนี่ย ที่ภูมิใจสุด ๆ คงเป็นวันเดียวกับวันเจ้าพระยาบดินทรเดชา ที่โรงเรียนเก่าเค้าก็จัดงานวันนี้ทุกปี คิดไปคิดมาก็เหมือนเค้าจัดงานในเรา หุหุ แต่ก็นะจริง ๆ แล้ววันนี้เป็นวันอสัญกรรมของเจ้าพระยาต่างหาก (อสัญกรรม = ตาย --') วันนี้เป็นวันเกิดของเพื่อนห้องเดียวกันอีกคนหนึ่งเหมือนกันพึ่งมารู้เอาตอน ม.5 ว่าเกิดวันเดียวกันปีเดียวกัน เลยจำวันเกิดเพื่อนคนนี้ได้แม่นทุกปี จริงๆ แล้วก็เคยเจอคนที่เกิดวันเดียวปีเดียวกันอีกคนตอนประถมแต่ก็ไม่ได้สนิทอะไรกัน เคยลองเอาตัวเลขวันเกิดมาคิดเล่น ๆ 24/6/2526 ลองเอาตัวเลขในแต่ละzoneมาบวกกันดูจะเห็นว่า 2+4/6/2+5+2+6 = 6/6/1+5 = 6/6/6 = 666 เลข 6 ก็เป็นเลขที่ชอบซะด้วยซิเลยคิดว่าแปลกดีนะที่วันที่เกิดบวกกันแล้วได้เป็นเลขที่ชอบเหมือนกันทั้ง 3 ตัวเลย เมื่อไม่นานมานี้ตอนไปฝึกงานก็ได้อ่านเวปไซด์นึงเป็นเวบเกี่ยวกับพวก UFO กะสิ่งลึกลับต่างๆ เวปนี้แหละ ไปเจอหน้านึงชื่อว่า "คำทำนายมหัศจรรย์ Apple and Number 666" ซึ่งระบุไว้ว่าเลข 666 เป็นเลขประจำตัวของมารร้ายซึ่งเป็นหนึ่งในสองของสัตว์ร้ายที่จะมาปรากฏตัวก่อนวันสิ้นโลก อีกทั้งในเวปนี่ยังบอกอีกว่า computer อาจจะเป็นมารร้ายตัวนั้นก็ได้ เอาละซิเราก็ดันเรียนทางด้านคอมซะด้วย หรือเราจะเป็นมารร้ายที่ว่านี่เองหว่า แต่ชอบจิง ๆ นะเลข 666 เนี่ย ก่อนมาโพสบล็อกนี่ก็ลองไปหาเลข 666 จากกูเกิลดูเหมือนกันก็ไปเจออีกเวปนึง เวปนี้ บอกถึงความมหัศจรรย์ของเลข 666 เอาไว้เพียบ เช่น The sum of the squares of the first 7 primes is 666: 666 = 2² + 3² + 5² + 7² + 11² + 13² + 17² นอกนั้นก็ลองเข้าไปดูเองละกันขอบอกว่าเยอะมากกกกกก(โปรดสังเกต ก.ไก่มี6ตัว) ก็แปลกดีที่เลขตัวเดียวนี่มาจากการคำนวณแบบต่าง ๆ ได้เยอะมาก จริงๆ บทความนี้นี่น่าจะโพสตอนวันเกิดเราเอง(3วันที่แล้ว)จะได้อารมณ์กว่าแต่เผอิญว่าพึ่งสมัครบล็อกวันหลังวันเกิดก็เลยถือโอกาสเอามาลงไว้ที่วันเกิดเพื่อนซะเลย

อยากบอกให้เพื่อนๆ ทุกคนที่โทรมาอวยพรวันเกิดเรา(รวมทั้งท่านประธานที่อุตส่าห์โทรมาอวยพรวันเกิดแม้ผิดวัน) รู้ว่าดีใจมากที่มีคนจำวันเกิดเราได้แม้ว่าอาจจะเป็นเพราะมันเป็นวันเดียวกะเพื่อนอีกคนหนึ่งก็ตาม ก็อยากจะขอบคุณทุก ๆ คนที่อุตส่าห์ฝากคำ HB มากับเพื่อนที่โทรมา(ประชดเล็กน้อย...ล้อเล่นน่า) และก็อยากจะขอโทษกับ โป่ง และ โอปอล ที่มีวันเกิดใกล้ ๆกะเรา ที่ไม่ได้โทรไป HB เพราะช่วงนั้นต้องส่งงานกะเรื่องโปรเจ็คเข้ามาเลยลืมไปสนิทใจ แต่ก็ยังจำวันได้นะก็อย่าโกรธกันแล้วกัน

PS 1.HB คือ Happy Birthday แต่ขี้เกียจเขียนเต็มอ่ะ
     2.จงระวังตัวไว้ท่านอาจจะเจอมารร้ายตนนี้เมื่อไหร่ก็ได้ หุหุ
     3.6
     4.หก
     5.six
     6.ครบ 6 ข้อแล้วไปหล่ะ

Saturday, June 26, 2004

ทำบุญวันเกิด

ในที่สุด blog ที่โพสไปครั้งแรกก็ขึ้นแล้วหลังจากนั่ง setting กะ refresh จนเกือบตีสองก็พึ่งนึกได้ว่าต้องทำรายงาน e-government อีกแต่ก็ไม่ไหวแล้วปายนอนดีก่า เมื่อเช้าก็ได้ไปปล่อยปลากะเต่าเนื่องในวันเกิด กว่าจะได้ปล่อยแม่ก็อธิฐานให้ยาวมากกกก เลยคิดไปว่าทำไมเวลาทำบุญนี่คนเราต้องหวังผลกันด้วย แล้วทำบุญหวังผลนี่มันจะได้ประโยชน์อะไร ปกตินี่ก็จะไม่ค่อยได้ทำบุญหรอกนอกจากโอกาสจะอำนวย เช่น ผ้าป่า กฐิน ไปวัด หรือโอกาสอื่น ๆ ตอนทำนี่ก็แทบจะไม่ได้อธิฐานอะไรเท่าไหร่ก็แค่อธิฐานพอเป็นพิธีเท่านั้น คิดว่าทำบุญแล้วหวังผลเนี่ยมันก็เหมือนกับเราไปลงทุนอะไรซักอย่างเพื่อหวังผลประโยขน์ตอบแทนมันเหมือนกับเป็นธุรกิจมากกว่า(หรือเราคิดมากไปเองหว่า) การทำบุญที่แท้จริงน่าจะไม่หวังผลประโยชน์ตอบแทนขอเพียงว่าทำบุญไปแล้วสบายใจรู้สึกดีกับการทำประโยชน์ให้กับผู้อื่นแค่นั้นก็พอแล้ว การปล่อยพวกสัตว์น้ำนี่บางทีก็คิดว่ามันจะไปรบกวนระบบนิเวศที่มีอยู่แล้วรึเปล่านะ หรือพวกเต่านี่มันจะสามารถอยู่ในที่ที่เราไปปล่อยได้รึเปล่า ถ้าเป็นอย่างนั้นจริงๆ ก็คงจะได้บาปมากกว่าได้บุญ ก็ได้แต่หวังว่าพวกนั้นจะสามารถอยู่ได้ในที่ที่เราปล่อยมัน พูดถึงทำบุญแล้ว พวกขอทานที่อยู่ตามท้องถนนหรือสะพานลอยนี่เมื่อก่อนเคยสงสารพวกเค้ามากเลยนะแต่หลังจากที่ได้รู้ว่ามีขบวนการขอทาน(beggar ranger หุหุ) ก็ไม่รู้สึกสงสารอีกเลย บางคนที่ร่างกายเป็นปกติก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเค้าไม่ไปหางานหาการทำ ดูแล้วคนที่มาออกรายการวงเวียนชีวิตของช่อง 3 ยังน่าสงสารกว่าเลยขนาดเค้าไม่มีอะไรจะกินเค้ายังอุตสาหะทำงานหนัก ทำงานทุกอย่างที่พอจะทำได้ พอคิดถึงคนพวกนี้แล้วก็ย้อนกลับมาคิดถึงตัวเองว่าขนาดพวกเค้ายังไม่ย่อท้อกับอุปสรรค แล้วเราจะท้อกับอุปสรรคที่เล็กน้อยเมื่อเทียบกับพวกเค้าทำไม พอคิดได้อย่างนี้แล้วก็มีกำลังใจที่จะทำงานต่อ เอ้า อีก2วันกับรายงาน 20 หน้าup ต้องทำให้เสร็จให้ได้

ปล.ช่วงนี้เบื่อๆ เกมแล้ว น่าจะทำเสร็จนะ

Friday, June 25, 2004

ครั้งแรก

ทุกอย่างต้องมีครั้งแรกกันทั้งนั้นนี่ก็เป็นครั้งแรกที่ลองใช้ blog เห็นเพื่อน ๆ มีกันหลายคน ตอนแรกก็เข้าไปอ่านเล่น ๆ แก้เซ็งแต่ก็ไม่ได้คิดจะเขียนหรอกนะ พอมาวันนี้ขณะนั่งรถเมล์กลับบ้านระหว่างทางก็คิดอะไรเพลิน ๆ ก็เลยนึกได้ว่า ลองมาทำ blog ดูบ้างดีมั้ย เผื่อนึกอะไรดี ๆ ได้จะได้ถือโอกาสเขียนลงที่นี่ซะเลย จะว่าไปแล้วหัวเรื่องนี่ตอนแรกกะว่าจะให้ชื่อว่า "ทักทาย" แต่ดูมันธรรมดาไปอยู่ดี ๆ คำว่า "ครั้งแรก"ก็แวบเข้ามาในหัวก็เลย เอาวะคำนี้แหละ จะว่าไปแล้วในชีวิตคนเรานี่ก็ผ่านเหตุการณ์ที่เป็นครั้งแรกมาตั้งหลายเหตุการณ์อ่ะนะ บาง"ครั้งแรก"ก็อยากให้มันเกิดขึ้นอีกเป็น"ครั้งที่สอง"และ"ครั้งที่สาม สี่ ห้า"ต่อ ๆ ไป แต่บาง"ครั้งแรก"ก็ไม่อยากให้มันเกิดขึ้นอีกเลย หรือบางทีหลาย ๆ คนก็อาจจะอยากย้อนเวลากลับไปแก้ไข"ครั้งแรก"ให้มันดีขึ้นกว่าตอนที่เราผ่านมันมา แต่สุดท้าย"ครั้งแรก"ของทุกๆอย่างของทุกๆคนก็จะผ่านมาแล้วก็ผ่านไปเพียงแค่ครั้งเดียว

วิธีรับมือกับสถานการณ์"ครั้งแรก"
1.สูดลมหายใจเข้าให้ลึก ๆ และปล่อยออกมาช้า ๆ เพื่อให้ผ่อนคลาย
2.ทำใจกล้า ๆ เข้าไว้แล้วทุกอย่างจะดีเอง
3.อย่าคิดว่าจะมี"ครั้งที่สอง"และครั้งต่อ ๆ ไปตามมาอีก
4.ให้คิดเอาไว้ว่าถ้าทำสำเร็จใน"ครั้งแรก"แล้วครั้งต่อ ๆ ไปจะตามมาเอง
5.ถ้ารู้สึกว่าข้อ3.กับข้อ4.ขัดแย้งกันเองก็ลืมข้ออื่นให้หมดแล้วทำข้อ6.ข้อเดียว
6.ทำ"ครั้งแรก"ให้ดีที่สุด

ไม่น่าเชื่อว่าเขียน blog ครั้งแรกจะเอาเรื่องไม่เป็นเรื่องมาเขียนได้ยาวแบบนี้จิงๆ กะว่าจะเขียนอีกเรื่องหนึ่งแต่ก็ได้คำว่า"ครั้งแรก"มาเข้ากับสถานการณ์พอดี ก็หวังว่าจะได้มาเขียนอีกโดยที่ไม่เบื่อซะก่อนนะ